พื้นที่อนุสาวรีย์ฯ -ดินแดง- ราชปรารภ ความต้องการมีแต่ขาดซัพพลาย

ส่องซื้อขาย บ้าน ที่ดิน และคอนโด
ดีมานด์และอัตราการดูซับ ย่าน”อนุสาวรีย์ฯ ดินแดง ราชปรารภ” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งศักยภาพที่มีการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมอยู่ราว 3,000 ยูนิต มีอัตราการตอบรับค่อนข้างดี ขณะที่ดีมานด์ดูดซับไปหมดแล้ว 100% โดยราคาขายเฉลี่ยที่ 1.2 แสนบาท/ตร.ม. ซึ่งถ้าแต่หากโครงการอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้ารัศมีราว 100 เมตร ราคาเฉลี่ยจะอยู่ประมาณ 1.8 แสนบาท/ตร.ม. ทั้งนี้ คาดว่าน่าจะเห็นโครงการในระดับราคา 2 แสนบาท/ตร.ม. ในเร็วๆ นี้

ขณะที่ข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมือง กทม. บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ฯ ระยะประมาณ 3 กิโลเมตร ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่พาณิชยกรรม สถาบันราชการ และที่พัก ซึ่งประกอบไปด้วยสถานที่สำคัญ เช่น ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน โรงพยาบาลและสถาบันการศึกษา เป็นต้น จึงเป็นพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านคมนาคมขนาดใหญ่มีถนนสายหลัก 2 สาย และรถไฟฟ้าบีทีเอสที่เชื่อมต่อการเดินทางให้สามารถเดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวก ศูนย์รวมด้านการแพทย์ และย่านไลฟ์สไตล์มอลล์คนรุ่นใหม่ที่พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย

ทำเล “อนุสาวรีย์ฯ ดินแดง ราชปรารภ” นอกจากตอบโจทย์การใช้ชีวิตในปัจจุบันแล้ว ในมุมของการลงทุนก็น่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการด้านอสังหาฯที่ต้องการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับการโตขึ้นในย่านนี้

ทั้งนี้ รายงานข่าวจากบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ เปิดเผยในช่วงไตรมาส 2 บริษัทจะมีการเปิดโครงการ 3 โครงการ ได้แก่

1.โครงการลุมพินี สวีท ดินแดง-ราชปรารภ จำนวน 499 ยูนิต มูลค่า 1,750 ล้านบาท
2.โครงการ The Selected Kaset-Ngamwongwan By LPN จำนวน 313 ยูนิต ซึ่งเป็นคอนโดแบรนด์ใหม่จับตลาดระดับกลางบนขึ้นไป บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มูลค่า 1,000 ล้านบาท
3.โครงการลุมพินี พาร์คบีช ชะอำ 2 จำนวน 124 ยูนิต มูลค่า 400 ล้านบาท

สำหรับโครงการลุมพินี สวีท ดินแดง-ราชปรารภ จะเปิดตัวภายในเดือน พ.ค.นี้ โดยโครงการตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 2 ไร่เศษ บนถนนดินแดงระหว่างแยกสามเหลี่ยมดินแดง (มุ่งสู่ถนนราชวิถีและแยกดินแดงห่างรถไฟฟ้า BTS สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 1.1 กิโลเมตร พัฒนาเป็นอาคารสูง 30 ชั้น 1 อาคาร 491 ยูนิต ขนาด 24-46.50 ตารางเมตร (ตร.ม.) ส่วนโครงการ The Selected Kaset-Ngamwongwan By LPN นั้น คาดว่าจะเปิดขายอย่างเป็นทางการในเดือน มิถุนายนนี้ โดยราคาขายคาดการณ์ว่าจะเริ่มต้นราว 1 แสนบาทต่อตารางเมตร

Read related article at สถานที่อนุสาวรีย์ฯ -ดินแดง- ราชปรารภ ดีมานด์มีแต่ขาดซัพพลาย.

4 กลยุทธ์(ไม่)ลับ เพิ่มความพร้อมก่อนซื้อบ้านสักหลัง

ประวัติใช้หนี้ดี มีสมรรถภาพในการผ่อน ก็ช่วยเพิ่มโอกาสกู้บ้านผ่านง่ายขึ้น”

การได้เป็นเจ้าของบ้านสักหลัง คือ ความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ของคนทำงานหลายๆ คน แต่กว่าจะเก็บเงินก้อนใหญ่เพื่อไปซื้อบ้านในฝันอาจต้องใช้เวลาเกินครึ่งชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเริ่มทำงานใหม่ๆ รายได้ยังไม่สูงนัก ส่วนใหญ่จึงต้องขอสินเชื่อจากธนาคารเพื่อทำให้ความปรารถนาเป็นจริงได้เร็วขึ้น แต่จะขอสินเชื่ออย่างไรให้ผ่านการพิจารณาจากธนาคาร เรา มี 4 เคล็ดลับดีๆ มาฝาก

“ประวัติชำระหนี้ดี มีความสามารถในการผ่อน ก็ช่วยเพิ่มโอกาสกู้บ้านผ่านง่ายขึ้น”

การได้เป็นเจ้าของบ้านสักหลัง คือ ความฝันอันยิ่งใหญ่ของคนทำงานหลายๆ คน แต่กว่าจะเก็บเงินก้อนใหญ่เพื่อไปซื้อบ้านในฝันอาจต้องใช้เวลาเกินครึ่งชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเริ่มทำงานใหม่ๆ รายได้ยังไม่สูงนัก ส่วนใหญ่จึงต้องขอสินเชื่อจากธนาคารเพื่อทำให้ความฝันเป็นจริงได้เร็วขึ้น แต่จะขอสินเชื่ออย่างไรให้ผ่านการพิจารณาจากธนาคาร K-Expert มี 4 เคล็ดลับดีๆ มาฝาก

1. สร้างประวัติการชำระนักขายบ้านมืออาชีพ
หนี้ที่ดี
ประวัติการชำระหนี้ถือเป็นปราการด่านแรกที่ธนาคารจะทำการพิจารณา ถ้าในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีประวัติชำระหนี้ล่าช้า หรือบิวพลิ้วไม่ยอมจ่าย ก็ไม่ต้องกังวลอะไร แต่ถ้าเคยผิดนัดชำระหนี้ หรือจ่ายหนี้น้อยกว่าขั้นต่ำที่ระบุในสัญญา ก็ให้รีบเคลียร์หนี้ในส่วนที่ค้างอยู่ให้สถานะเครดิตบูโรกลับมาเป็นปกติ ส่วนใหญ่ที่ผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือน จนทำให้ประวัติชำระหนี้ในเครดิตบูโรกลายเป็นหนี้เสีย (NPL) จะต้องแก้ไขโดยชำระหนี้ให้หมด หรือเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ แล้วชำระให้เรียบร้อย จนหลุดพ้นจากการเป็นหนี้เสีย จากนั้นรักษาสถานะทางบัญชีให้เป็นปกติประมาณ 1-3 ปี จึงจะสามารถขอยื่นกู้ซื้อบ้านได้อีกครั้ง

2. ประเมินความสามารถในการผ่อนชำระหนี้
โดยทั่วไปธนาคารจะดูความมั่นคงหรือความสม่ำเสมอของรายได้ผู้กู้ และให้ผ่อนชำระหนี้ได้ไม่เกิน 40-60% ของรายได้ในแต่ละเดือน โดยรายได้ขั้นต่ำในการขอกู้บ้านส่วนใหญ่อยู่ที่ 15,000 บาท ซึ่งก่อนยื่นกู้บ้านก็ลองคำนวณยอดผ่อนคร่าวๆ ดูก่อนก็ได้ เช่น รายได้อยู่ที่เดือนละ 25,000 บาท หากธนาคารให้ผ่อนหนี้ทุกอย่างรวมกันไม่เกิน 40% ของรายได้ เท่ากับว่าจะผ่อนหนี้ได้ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท ซึ่งอาจได้วงเงินกู้ประมาณ 1.3-1.4 ล้านบาท โดยหากคำนวณ หรือลองยื่นกู้ดูแล้ว พบว่า วงเงินที่ได้รับอนุมัติน้อยกว่าราคาบ้านที่ต้องการ ก็มี 3 ทางเลือกด้วยกัน คือ

– วางเงินดาวน์เพิ่ม
– หาผู้กู้ร่วม
– ลดขนาดบ้านที่ต้องการ

อย่างไรก็ตาม สำหรับภาระผ่อนต่อเดือนนั้น ไม่ควรเกิน 30% ของรายได้ แม้ว่าธนาคารส่วนใหญ่จะให้ผ่อนได้สูงถึง 40-60% ของรายได้ เพราะในชีวิตของเราไม่ได้มีเพียงค่าผ่อนชำระหนี้ แต่ยังมีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมถึงเมื่อซื้อบ้านแล้ว ก็ยังมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบ้าน ทั้งค่าน้ำไฟ ค่าประกัน ค่าซ่อมบ้าน ค่าเฟอร์นิเจอร์ ค่าส่วนกลาง จิปาถะตามมามากมาย ทำให้เราต้องกันเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไว้ด้วยนั่นเอง

3. คำนวณอายุ
สำหรับธนาคารแล้ว อายุไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลข เพราะเวลายื่นขอสินเชื่อบ้าน ธนาคารจะพิจารณาอายุงาน และอายุของผู้กู้ โดยทั่วไป ผู้กู้ต้องผ่านช่วงทดลองงาน และมีอายุงานที่ผ่านมาทั้งหมดไม่น้อยกว่า 6 เดือน – 2 ปี สำหรับเจ้าของกิจการก็ควรประกอบกิจการมาแล้วไม่น้อยกว่า 1-2 ปี ส่วนอายุของผู้กู้ก็ควรมีอายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป โดยสามารถผ่อนบ้านได้สูงสุดไม่เกิน 30 ปี ผ่อนได้ถึงอายุไม่เกิน 60 ปี สำหรับมนุษย์เงินเดือน และไม่เกิน 65 ปี สำหรับเจ้าของกิจการ เช่น หากอายุ 40 ปี ทำงานบริษัทเอกชน ก็จะผ่อนสินเชื่อบ้านได้สูงสุด 20 ปี เป็นต้น ระยะเวลาในการผ่อนบ้านที่สั้นลง จะทำให้มีภาระผ่อนต่อเดือนที่สูงขึ้น ดังนั้น ต้องคำนวณดีๆ ที่สำคัญ ชั่งใจให้ดีว่าชำระไหวหรือไม่

4. เตรียมเงินดาวน์ให้พอ
ส่วนใหญ่แล้วมักไม่มีใครเดินตัวเปล่าเข้าธนาคารเพื่อขอสินเชื่อบ้าน แต่ต้องมีเงินดาวน์ติดกระเป๋าสัก 10-20% ของราคาบ้าน รวมถึงเงินสำหรับค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้ธนาคาร เช่น ค่าประเมินหลักประกัน และจ่ายให้กรมที่ดิน เช่น ค่าจดจำนอง ค่าโอน เป็นต้น ซึ่งต้องคำนวณให้ดีว่าบ้านหลังที่ต้องการซื้อราคาอยู่ที่เท่าไร จะได้เตรียมเงินในกระเป๋าได้เพียงพอ อย่างไรก็ตาม สำหรับเงินดาวน์บ้าน หากยังมีเงินก้อนไม่เพียงพอ ก็มีทางออก คือ ผ่อนดาวน์บ้านหรือคอนโดฯ ของโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จ แต่หากบ้านหรือคอนโดฯ ที่สนใจเป็นบ้านหรือคอนโดฯ สร้างเสร็จแล้ว หรือเป็นบ้านมือสอง ก็อาจต้องมีเงินดาวน์สักก้อนหนึ่ง

เมื่อรู้กลยุทธ์ (ไม่) ลับง่ายๆ แบบนี้แล้ว ก็น่าจะทำให้การขอสินเชื่อบ้านเป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับคุณ

Read more article at 4 เคล็ด(ไม่)ลับ เพิ่มความพร้อมก่อนซื้อบ้านสักหลัง.

บ้านแบบไหน ที่เหมาะสำหรับการลงทุน

สำหรับคนที่มีกำลังมีเงินและคิดจะซื้อที่พักอาศัยเพื่อการลงทุน การซื้อที่พักอาศัยอาจไม่จำกัดอยู่เพียงหลังเดียวเพื่ออยู่อาศัยเท่านั้น แต่อาจซื้อบ้านหลังที่สองหรือหลังที่สามที่สี่ เนื่องจากมองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า สามารถให้ผลตอบแทนทั้งในรูปค่าเช่าและกำไรจากการขาย แต่นักลงทุนอาจมีปัญหาไม่รู้ว่าควรลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในบ้านประเภทไหน จึงจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ที่พักอาศัยแบบไหน ที่เหมาะสำหรับการลงทุน

การเลือกลงทุนในบ้านและที่ดิน นักลงทุนจะพบว่าบ้านมีอยู่มากมายหลายแบบ และบ้านแต่ละประเภทก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ซึ่งในแง่ของการลงทุนบ้านแต่ละประเภทมีความเหมาะสมในสภาพการณ์ที่ไม่เหมือนกัน อาจเรียงลำดับความน่าสนใจได้ดังนี้

1.บ้านเดี่ยว
บ้านเดี่ยวจัดเป็นบ้านที่มีลักษณะเหมาะกับการลงทุน เนื่องจากเป็นบ้านที่ให้บรรยากาศสุขสบาย ให้ ความเป็นส่วนตัว มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าบ้านประเภทอื่นๆ

2.ทาวน์เฮ้าส์
สำหรับทาวน์เฮ้าส์ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจของนักลงทุน โดยเฉพาะการเลือกซื้อที่พักอาศัยอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุน
ที่อยู่กลางใจเมือง ซึ่งทำเลเหล่านี้มักหาบ้านเดี่ยวได้ยาก เนื่องจากไม่มีคนทำขายหรือมีคนทำขาย ก็อาจจะมีราคาแพงมากเกินกว่าที่จะลงทุนได้

3.ตึกแถว
เป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่คิดจะมีบ้านในเมือง หรือย่านที่มีความเจริญมากๆ ซึ่งเหมาะสำหรับ ทำเป็นอาคารพาณิชย์เพื่อเก็บค่าเช่า หรือซื้อไว้เพื่อเก็งกำไร

4.อพาร์ตเมนต์
อพาร์ตเมนต์ ถือเป็นรูปแบบการลงทุนในบ้านประเภทหนึ่ง ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจกันอย่างกว้างขวาง การลงทุนในอพาร์ตเมนต์ ควรพิจารณาจากปัจจัยหลายๆด้าน เช่น อยู่ใกล้แหล่งชุมชน เดินทางสะดวกสบาย ไม่เปลี่ยว ซึ่งจะทำให้อพาร์ตเมนต์เป็นที่ต้องการ มีห้องว่างน้อยสามารถสร้างรายได้ให้ตามที่นักลงทุนต้องการ

5.คอนโดมิเนียม
คอนโดมิเนียมมีลักษณะเป็นห้องชุด อาจกล่าวได้ว่าเป็นบ้านที่มีลักษณะทางกายภาพ เหมาะกับการ ลงทุนน้อยที่สุด เพราะเป็นบ้านที่มีส่วนประกอบส่วนใหญ่เป็นสิ่งปลูกสร้าง ขณะที่ส่วนประกอบที่เป็นที่ดินซึ่งถือครองในลักษณะกรรมสิทธิ์ร่วม เฉลี่ยออกมาแล้วมีสัดส่วนน้อยมาก ทำให้ในระยะยาวมูลค่าเพิ่มมีความโน้มเอียงที่จะเกิดขึ้นน้อยมาก

จากลักษณะของบ้านแต่ละประเภท ซึ่งมีจุดเด่นที่แตกต่างกันในแง่ของการลงทุนหากถามว่า “บ้านแบบไหน ที่เหมาะสำหรับการลงทุน” อาจพูดได้ว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จะเกิดประสิทธิผลและทำให้มีรายได้จากการลงทุนได้มากน้อยเพียงใด คงต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เงื่อนไข ความชอบเป็นส่วนตัวของนักลงทุน รวมถึงเป้าหมายในการลงทุนเป็นสำคัญ จากข้อมูลและรายละเอียดที่กล่าวมาเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์และช่วยให้นักลงทุนเลือกซื้อบ้านได้เหมาะสมกับการลงทุนได้มากที่สุด

Please visit ที่อยู่แบบไหน ที่เหมาะสำหรับการลงทุน for more detail.

ฮวง จุ้ยแย่ รู้แล้วควรจัดการ

1. มีกระจกในห้องนอนรอบห้อง ล่าสุดรับฝากขายบ้าน จอมทอง
ห้องที่มีขนาดแคบมักจะตกแต่งห้องนอนด้วยกระจกติดผนังเพื่อให้ห้องดูมีพื้นที่กว้างขึ้น เช่น กระจกโต๊ะแป้งขนาดใหญ่ของสาวๆ กระจกหน้าตู้บานเสื้อผ้า เป็นต้น หากห้องของคุณมองไปทางไหนก็มีแต่กระจกทุกด้านทางฮวงจุ้ยก็เชื่อว่าไม่ดีเช่นกัน เพราะในทางฮวงจุ้ยกระจกมีคุณสมบัติสามารถสะท้อนพลังงานดีและไม่ดี หากมีกระจกรอบด้านก็สะท้อนพลังไปมาไม่ออกจากห้อง ทางที่ดีควรเลือกติดเป็นบางด้าน แต่ไม่ควรเป็นด้านที่สะท้อนเงาให้ตกใจเมื่อมองเห็นหรือตื่นนอน หรือไม่ควรวางติดตั้งกระจกไว้ปลายเตียงนอน
2. ทำความสะอาดจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเสมอ ไม่ว่าคุณจะออกแบบห้องและประดับประดาห้องตามฮวงจุ้ยให้ดีเพียงไร ถ้าห้องนอนรก สกปรก ก็เป็นห้องที่สะสมพลังงานด้านลบ ทำให้เจอแต่เรื่องไม่ดี มีแต่อุปสรรค หรือแค่มองเห็นก็รู้สึกไม่ดีเสียแล้ว ควรปัดกวาดเช็ดทำความสะอาด จัดเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบเรียบร้อนเสมอ เพื่อให้ห้องนอนมีบรรยากาศที่ดีสบายเหมาะสมกับการพักผ่อน
3. เตียงไม่มีหัวเตียงหรือไร้หัวนอน ในทางฮวงจุ้ยหัวเตียงไม่ได้ใช้เพื่อความสวยงามอย่างเดียวเท่านั้น การมีหัวเตียงในทางฮวงจุ้ยจะทำให้ผู้นอนรู้สึกมั่นคงปลอดภัย และนอนหลับได้สนิทไม่มีพลังด้านลบมารบกวน ซึ่งหัวเตียงควรเป็นแบบเรียบๆ ไม่มีลวดลายมากนัก ไม่ต้องมีช่อง ชั้นวางที่หัวเตียงยิ่งดี เหนือเตียงไม่ควรมีชั้นวางของ วางสิ่งของอื่นๆ เพราะในส่วนดังกล่าวอาจตกหล่อนใส่ศรีษะขณะนอนหรือเป็นที่เก็บสะสมฝุ่น แถมผิดฮวงจุ้ยอีก
4. ไม่วางของชอบแต่ไม่ได้ใช้ ของพังหรือมีตำหนิไว้ในห้อง ของที่วางวางในห้องนอนควรเป็นของที่จำเป็นในการใช้งานใช้ผลดี ของตกแต่งห้องนอนที่พอดีไม่มากเกินไป เช่น ภาพตกแต่งห้องนอน ชั้นวางของ ฯลฯ เพราะจะเปลืองเนื้อที่และทำให้อึดอัด สำหรับของพังหรือมีตำหนิฮวงจุ้ยเชื่อว่าเป็นที่สะสมพลังงานด้านลบนำเรื่องไม่ดีมาให้คนในบ้าน ควรมีการจัดตกแต่งห้องนอนใหม่บ้าง หากเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนมานาน เพียงแค่ย้ายข้าวของเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้านบ้าง เพราะแค่ปรับเปลี่ยนนิดๆหน่อยๆ ก็ช่วยปรับฮวงจุ้ยห้องนอนให้ดีขึ้นได้เช่นกัน
5. เก็บของใต้เตียงเป็นอีกข้อที่ผิดหลักฮวงจุ้ย ซึ่งเชื่อว่าการวางสิ่งของไว้ใต้เตียงจะขวางการไหลเวียนของพลังงาน รบกวนการนอน ทำให้ผู้นอนนอนหลับไม่สนิท จึงควรเคลียร์ของใต้เตียงออกให้หมด หากจำเป็นต้องเก็บของไว้ใต้เตียงจริงๆ ควรเป็นของที่หยิบใช้หมุนเวียนบ่อยๆ (เตียงในห้องนอน ควรเป็นเตียงที่มีขา)

Please visit ฮวงจุ้ยไม่เข้าที รู้แล้วควรแก้ for more article.

เทคนิคที่จะทำให้การย้ายอาคารบ้านเรือนไม่ใช่เรื่องที่ปวดหัวอีกต่อไป

‘ย้ายบ้าน ย้ายบ้าน ย้ายบ้าน ย้ายบ้าน….’ แค่คิดก็ปวดหัวแล้วใช่ไหมล่ะ ไหนจะเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ เครื่องแต่งกายที่แทบจะล้นตู้ออกมา ข้าวของสิ่งของที่วางกองอยู่เต็มไปหมด ตายแน่ๆ แต่เลิกหนักใจได้แล้ว เพราะวันนี้เราได้รวบรวมเคล็ดลับที่จะทำให้การย้ายบ้านเป็นเรื่องง่ายกับ “เทคนิคการเตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง”
นายหน้าขายคอนโด

จัดระเบียบความสำคัญ เขียนหมายเลขเอาไว้บนกล่องหรือถุงที่คุณแพคของ โดยเรียงหมายเลขจากของที่มีความสำคัญมากไปน้อย เช่น เครื่องนอน เครื่องอาบน้ำ คือ หมายเลขแรกๆ ที่คุณต้องเขียน และอย่าลืมเขียนหมายเลขลงทั้งสองด้านของกล่องให้ง่ายต่อการมองเห็นด้วย

เอาแต่พอดี ไม่ว่าจะแพคของใส่ถุงหรือลัง ไม่ควรให้มีน้ำหนักมากเกินไป เพราะจะทำให้ยากในการขนส่ง

จัดให้เต็ม อย่าให้มีที่ว่างเปล่า ตามหัวข้อเลย อย่าปล่อยพื้นที่ว่างเปล่าให้เสียประโยชน์ไปฟรีๆ อะไรใส่ได้ใส่ แต่ก็อย่าลืมหัวข้อเรื่องก่อนหน้าเช่นกัน

ใช้ของที่มีให้เกิดคุณประโยชน์มากที่สุด อาทิ ลองเลือกสรร กระเป๋าใบใหญ่ๆ เช่น กระเป๋าเดินทางดูก่อน หรือจะเอาตะกร้าและหม้อมาใช้ด้วยก็ได้เช่นกัน และถ้ามีถุงใบเล็กๆ ก็อย่าเพิ่งทิ้งเชียว รีบนำเอามาใส่ของเล็กๆ โดยด่วน ก็จะทำให้คุณจะทุ่นเงินในการซื้อกล่องและถุงมาใช้ได้เป็นอย่างดี

เสื้อผ้าต้องย้ายเป็นเซต หาถุงใหญ่ๆ มารวบเสื้อผ้าที่อยู่ในตู้ทีเดียวเลยโดยไม่ต้องพับ เพราะเมื่อถึงอาคารบ้านเรือนใหม่จะได้ไม่ต้องเปลืองเวลาใส่ไม้แขวนและรีดอีกครั้งหนึ่ง

ครั้งเดียวจบด้วยรถบรรทุก ขึ้นชื่อว่าย้ายบ้านแล้ว ของที่ขนต้องเยอะแน่ๆ อย่ามัวเสียดายแต่เปลืองเวลาของคุณด้วยการใช้รถยนต์หรือรถกระบะ เพราะมันจะไม่จบภายในไม่กี่รอบแน่ๆ นอกจากเปลืองเวลาแล้วยังเสียเงินเสียทองมากกว่าที่คิดอีกด้วย ทางที่ดีคือจ้างรถบรรทุกมาขนทีเดียวเลย

Read more post at กลยุทธ์ที่จะทำให้การย้ายอาคารบ้านเรือนไม่ใช่เรื่องที่ปวดหัวอีกต่อไป.

ไอเดียในการจัดลำดับบ้านช่องสำหรับคนสูงอายุ

หลายบ้านอาจมีคนแก่นักขายบ้านมืออาชีพ
ที่อยู่อาศัยอยู่ด้วยกัน ด้วยข้อกำจัดของตัวตนทำให้คุณปู่-คุณย่าหรือคุณตา-คุณยายมีความเหนื่อยยากในการเคลื่อนไหว ดังนั้นการจัดบ้านช่องหรือที่แวดล้อมให้เหมาะสมกับท่านจะช่วยให้ชีวิตในบ้านแต่ละวันเป็นไปอย่างสะดวก และที่สำคัญไม่เป็นอันตราย คลายกังวลกับลูกหลาน วันนี้มีไอเดียการจัดบ้านให้คนวัยเก๋ามาฝาก

เน้นการแต่งเติมด้วยความเรียบง่าย
การจัดเครื่องเรือนต่างๆ ควรคำนึงถึงความคล่อง และไม่เป็นอันตรายในการใช้งาน ไม่ควรมีเครื่องเรือนมากชิ้นเกินไป โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างทีวีต่างๆ เพราะอาจจะเป็นการรบกวนการพักผ่อนได้
ควรเลือกเตียงที่ไม่สูงจนเกินไปเพื่อหลีกเลี่ยงการหล่น อีกทั้งควรเลือกเตียงที่ไม่มีเหลี่ยมมุมขอบที่มีความคม ควรหาวัสดุกันกระแทกมาห่อหรือหุ้มบริเวณขอบไว้
พยายามทำให้ภายในห้องมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก อาจจะปลูกต้นไม้ด้านนอกบ้านเพื่อ เพิ่มความเบิกบาน
ห้องสำหรับคนแก่ควรอยู่ขอบเขตชั้นล่าง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องขึ้น-ลงบันได ซึ่งอาจจะเสี่ยงภัยกับอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง ตัวห้องไม่ควรติดห้องครัวหรือโรงรถ และควรหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ
บริเวณหน้าต่าง ควรจัดระดับของกรอบหน้าต่างให้สูงกว่าระดับเอวขึ้นมาราว 1 ฟุตเพื่อเพิ่มความปลอดภัย และเป็นการลดอุบัติเหตุจากการหล่น
ควรจัดน้ำดื่ม และยาต่างๆ ให้อยู่ขอบเขตโต๊ะที่สามารถหยิบได้ง่าย มีโคมไฟส่องสว่างในตอนกลางคืนได้ดี
พื้นห้องไม่ควรมีความวาว หรือพื้นที่อาจทำให้เกิดการลื่นล้มได้ง่าย
ภายในห้องน้ำควรมีราวยึดเกาะ หรือตลอดทางเดินไปห้องน้ำ
ควรมีกระดิ่ง หรือโทรศัพท์ภายในห้องน้ำเพื่อขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน และประตูห้องน้ำควรใช้แบบลูกบิดที่มีร่องเล็กๆ เพื่อจะได้สะดวกเวลาเข้าไปหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น

Read more post at ไอเดียในการจัดลำดับบ้านช่องสำหรับคนสูงอายุ.

ทำความรู้จักกับอุปกรณ์ปูพื้นบ้าน กระเบื้องรูปร่างไหนควรใช้งานกับส่วนใด

ใครที่คิดกำลังจะแต่งเติมบ้าน หรือสร้างบ้าน สิ่งหนึ่งที่จะช่วยสร้างมิติให้กับบ้านคงหนีไม่พ้นเครื่องมือตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์
ปูพื้นฐาน ที่มีให้เลือกหลายหลายเครื่องมือ และอาจช่วยให้บ้านดูมีพื้นผิวสัมผัสที่สวยงามและน่าอยู่อาศัยยิ่งขึ้น โดยส่วนใหญ่พื้นที่ใช้ปูบ้านทั่วไปจะแบ่งออกเป็นสามเครื่องมือด้วยกัน คือ พื้นกระเบื้อง พื้นไม้ และพื้นหินธรรมชาติ ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายชนิดด้วยกัน ตามรูปร่างงาน สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกพื้นแบบไหนให้เหมาะสมกับบ้าน ลองมาเรียนรู้และศึกษากันก่อนว่าเครื่องมือพื้นแต่ละชนิดนั้นเป็นอย่างไร แบบอย่างไหนเหมาะกับการปูพื้นห้องอะไร โดยจะแบ่งออกเป็น

เครื่องมือปูพื้นไม้
พื้นไม้ถือเป็นเครื่องมือปูพื้นสำหรับคนที่ตั้งใจให้บ้านดูอบอุ่น มีผิวสัมผัสที่นุ่มนวล เหมาะกับคนที่ตั้งใจให้บ้านดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะแตกออกเป็นเครื่องมือไม้จริงไปจนถึงไม้สังเคราะห์ ซึ่งจะมีมูลค่าแตกต่างกันพอสมควร โดยแบ่งออกเป็น

ไม้จริง
ไม้จริงถือว่าเป็นหนึ่งเครื่องมือที่ได้รับความนิยมสำหรับบ้านระดับ Luxury เพราะเป็นเครื่องมือที่มีความแข็งแรง และเลิศมีราคา เนื่องจากปัจจุบันเป็นเครื่องมือที่หาได้ยาก ซึ่งไม้ที่นิยมใช้ในการแต่งเติมพื้นบ้านจะเป็น ไม้สัก ไม้มะค่า ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้โอ๊ค ไม้มะฮอกกานี เป็นต้น ขนาดพื้นไม้ที่นิยมใช้งานปูพื้นทั่วไปจะมีความหนาที่ 1 นิ้ว หน้ากว้าง 4-6 นิ้ว และมีความยาวไม้มาตรฐานตั้งแต่ 40, 60 ,75, 100, 120 และ 150 ซม. ซึ่งความหนาระดับดังกล่าวจะช่วยป้องกันการเสียได้ง่าย รวมไปถึงความกว้างที่เมื่อนำมาปูพื้นจะมุ่งเน้นให้มีรอยต่อน้อยที่สุด ส่วนใหญ่ผู้ที่เลือกใช้พื้นไม้จริงจะทำการเคลือบไม้ทุกๆ 3-5 ปี

ไม้ลามิเนต
ไม้ลามิเนตคือเครื่องมือปูพื้นยอดฮิตสำหรับคอนโดมิเนียม เป็นพื้นที่นำเครื่องมือ MDF และ HDF (แผ่นใยไม้อัดที่มีความหนาแน่นสูง มีความหนาตั้งแต่ 2.5 มม. – 25 มม.) มารองพื้นชั้นล่าง แล้วปิดผิวจริงแผ่นใสบางๆ หรือแผ่นฟิล์มพิมพ์ลายไม้ เคลือบผิวด้วยเมลามีนเรซิน เป็นสารเคลือบเพื่อป้องกันรอยขูดขีด แต่รูปร่างการใช้งานจะคงทนน้อยกว่าไม้จริง ส่วนใหญ่จะใช้ปูพื้นฐานภายในบ้าน ในห้องหรือทำเลที่ตั้งที่ห่างจากความชื้นสูง

Please visit ทำความรู้จักกับอุปกรณ์ปูพื้นบ้าน กระเบื้องรูปแบบไหนควรใช้งานกับส่วนใด for more article.

ไอเดียติดม่านแบบสวยสไตล์คุณเอง

ไอเดียติดม่านบังตาแบบเก๋ไก๋ขายคอนโดนวธาราสไตล์คุณเอง
แสงตะวันแรง ๆ มาพร้อมกับฤดูร้อนที่ผ่องใส หากสู้แสงแดดไม่ไหว มาลองดูไอเดียแต่งห้องของคุณให้เก๋ไก๋ด้วยมู่ลี่สร้างบรรยากาศให้และห้อง

มู่ลี่ม้วน
บ้านทันสมัยเสริมแต่งด้านในสไตล์โมเดิร์น มุ่งเน้นความเรียบโล่งจากเส้นสายที่น้อยดูสบายตา เพื่อให้เกิดพื้นที่ว่างให้หายใจได้อย่างสะดวกตัว หน้าต่างกระจกบานใหญ่จึงเป็นจุดสำคัญในการเชื่อมต่อสัมผัสธรรมชาติและสี เขียวของพฤกษ์หรือสีฟ้าจากสระน้ำข้างที่อยู่อาศัย มู่ลี่ที่พอเหมาะกับหน้าต่างทรงเรียบตรงแบบนี้ก็ต้องดูเรียบและทันสมัยไปด้วย เช่นม่านม้วนที่ใช้ใยสังเคราะห์ช่วยกลั่นแสง และสามารถชักรอกเพื่อม้วนเก็บได้อย่างเรียบร้อยโดยไม่เกะกะสายตา

มู่ลี่ไม้
ห้องนั่งพักผ่อน หรือรับแขกเป็นมุมที่ใช้บ่อยในช่วงกลางวัน จึงเป็นห้องที่ต้องการแสงธรรมชาติมากที่สุดห้องหนึ่งของที่อาศัย ขณะเดียวกันเพราะเป็นห้องที่เน้นความรู้สึกผ่อนคลาย จึงนิยมใช้อุปกรณ์ไม้มาประกอบการแต่งเติม รวมไปถึงมู่ลี่ไม้ที่ช่วยสร้างดีไซน์ให้กลมกลืนกับห้อง ทั้งยังสามารถปรับระดับมู่ลี่เพื่อรับแสงในแบบที่ต้องการ ทำให้ได้แสงเงาเป็นลาย ทว่าเมื่อปิดทึบก็ยังให้ความรู้สึกอบอุ่นเช่นเดิม

ม่านแนวตั้ง
ปกตสำนักงาน หรือสำนักงานหลายที่มักนิยมใช้มู่ลี่แนวตั้งแบบนี้ แต่ความเป็นจริงเราสามารถนำม่านแนวตั้งมาปรับใช้กับที่อยู่ได้เช่นกัน ม่านแนวตั้งเหมาะสำหรับบังแสงแดดจากทิศตะวันออกและตะวันตก หากปรับระดับของม่านให้เปิดก็จะได้มุมมองผ่านที่แตกต่างออกไป และหลายคนยังเชื่อว่าม่านแบบนี้ทำความสะอาดได้สะดวก

Read related content at ไอเดียติดมู่ลี่แบบสวยแบบคุณเอง.

คำเตือน!! ก่อนการจัดเรียงคอนโดสมควรเลือกให้ถูกหลัก“ฮวงจุ้ย” ไม่งั้นส่งผลเสียกับชีพ

1.อัตราเตียงนอนตั้งอยู่แนวเดียวกับประตูเป็นแบบแปลนห้องนอนที่ผิดหลักฮวงจุ้ยอย่างมาก หากเป็นคนจีนจะถือว่าเตียงนอนนี้เปรียบเหมือนคอนโดพัทยาเหนือ
หีบศพ ถ้าเป็นไปตามหลักฮวงจุ้ยการตั้งเตียงนอนตรงกับประตูนั้นทำให้เกิดการรั่วไหลของพลังงาน วิธีแก้ไขคือการย้ายเตียงนอน แต่ถ้าทำไม่ได้คือการติดตั้งฉากที่ปลายเตียง หรือหาเฟอร์นิเจอร์มากั้นระหว่างเตียงนอนกับประตูห้องเช่นโต๊ะกับหมอน หรือจะเป็นชั้นวางของเล็กๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยรักษาพลังบริเวณเตียงนอนไว้

2.อัตราของเตียงนอนที่ตั้งระหว่างประตูกับหน้าต่าง เป็นตำแหน่งเตียงนอนที่ไม่เหมาะสมเพราะพลังจะไหลออกไปทางประตูและหน้าต่างได้โดยตรง วิธีแก้ไขคือการย้ายเตียงนอน

3.ตำแหน่งเตียงนอนอยู่ใต้หน้าต่าง ถือเป็นการจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยที่ไม่สม แม้บางครั้งอาจรู้สึกว่าเตียงตั้งอยู่ใต้หน้าต่างดูโรแมนติกและสวยงามดี แต่ในคอนโดนั้น การตั้งเตียงใต้หน้าต่างส่งผลให้พลังรอบๆเตียงนอนอ่อนแอ ทำให้คนที่นอนบนเตียงรู้สึกเศร้า อ่อนแอ และขาดการสนับสนุน แต่สำหรับใครที่ต้องนอนในห้องนอนที่มีเตียงอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวเพียงไม่กี่วันถือว่าไม่มีผลกระทบมากมาย ส่วนวิธีแก้ไขที่ดีที่สุดคือการย้ายเตียงนอนหรือติดตั้งหัวที่นอน

Please visit คำเตือน!! ก่อนการจัดเรียงคอนโดควรจะเลือกให้ถูกหลัก“ฮวงจุ้ย” ไม่งั้นส่งผลไม่ดีกับชีพ for related content.

เปลี่ยนแบบคอนโดแคบให้เปลี่ยนแปลงเป็นมุมสุดชิค

เลือกสีในการแต่งแต้มไม่ให้มากเกินไป แนะนำว่าเพื่อเป็นการไม่ให้ห้องคอนโดดูไร้ทิศทางในการดีไซน์ และช่วยเหลือลงทุนคอนโดให้เช่า พัทยา
เสริมสีสันให้ห้องดูน่าอยู่อาศัย ทางที่ดีคือการเลือกใช้โทนสีเรียบง่ายไม่ให้เกินไปกว่า 4 โทน เพื่อความเป็นเกณฑ์และการจัดการที่ไม่ยุ่งยาก ตัดกับโทนสีเด่นๆ ในจุดเล็กๆ เพื่อให้ห้องดูไม่จืดชืด ส่วนของผนังหากมีพื้นที่ว่างเหลืออยู่ ลองตกแต่งด้วยงานศิลปะอย่างกรอบรูปขนาดใหญ่ และอย่าลืมว่าสีที่ใช้ควรคลุมโทนให้อยู่ในกลิ่นอายเดียวกันด้วย

การเน้นสีสันที่มีความสว่างของเฟอร์นิเจอร์ การตกแต่งที่ช่วยสร้างความกว้างขวางให้กับห้องในคอนโด พื้นที่แคบๆ ที่เชื่อว่าใครก็ต้องการจัดสรรพื้นที่ให้ดูไม่อึดอัด เติมเต็มความผ่อนคลายให้กับการพักผ่อนได้ตลอดทั้งวัน ลองเลือกด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสดใส หลีกเลี่ยงสีเข้มหรือสีในโทนมืด ให้โทนสีส่วนใหญ่เป็นสีสว่าง อย่างสีเหลืองนวล สีฟ้าอ่อน สีขาว หรือในสไตล์พาสเทลแบบเรียบง่าย ไม่เน้นไปที่ลวดลาย แต่หากต้องการให้มีก็สามารถเลือกเป็นลวดลายบางๆ เพราะลวดลายที่มีลูกเล่นมากเกินไปจะทำให้ห้องยิ่งดูแออัดไปด้วยข้าวของมากขึ้น

การหลอกตาให้ห้องดูกว้างขึ้นด้วยการใช้กระจก กระจกบานใหญ่ ช่วยแต่งเติมสีสันให้ห้องดูสวยงามได้ การสะท้อนอีกภาพหนึ่งของห้องเข้าไปในกระจกที่ติดอยู่กับส่วนของผนัง ไม่เพียงแค่เพิ่มบรรยากาศแปลกใหม่ให้กับพื้นที่อันเป็นส่วนตัว ทว่ายังมีประโยชน์ช่วยหลอกตาให้รู้สึกเหมือนห้องดูกว้างขึ้นเป็นพิเศษ เหมาะกับคอนโดที่มีพื้นที่แคบ หากรู้สึกอึดอัด ลองหันมาเลือกติดตั้งกระจกสักบานแบบนี้ที่ไม่ยุ่งยาก ก็จะช่วยให้ห้องดูโล่งมากขึ้น ที่สำคัญอย่าลืมแต่งแต้มด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบเรียบง่าย

เพียงเท่านี้ เราก็จะได้การตกแต่งห้องส่วนตัวภายในคอนโดได้อย่างที่ต้องการ หลากหลายไอเดียที่หลายคนมองข้ามกลายเป็นงานออกแบบที่น่าลิ้มลอง ให้บรรยากาศของห้องเล็กๆ กลายเป็นมุมแห่งความสุขที่ไม่ต้องหลังใหญ่ก็อบอุ่นได้ไม่แพ้กัน

For related content, please visit เปลี่ยนคอนโดแคบให้กลายเป็นมุมที่สุดชิค.