หวานจับใจ!โรเบิร์ตสันลั่นฝันที่เป็นจริงได้เข้าร่วมทัพหงส์

บริการโทรต่างประเทศ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายป้ายแดง ลิเวอร์พูล ยันพร้อมแล้วที่จะพิสูจน์ฝีเท้ากับคณะ พร้อมระบุเหมือนฝันเป็นจริงที่ได้ซบสโมสรใหญ่อย่าง “หงส์แดง”

แอนดี้ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันว่า พร้อมแล้วที่จะพิสูจน์ฝีเท้าของตัวเองกับการรับใช้ต้นสังกัด หลังย้ายจาก ฮัลล์ ซิตี้ มาร่วมก๊วน “หงส์แดง” ด้วยสัญญาระยะยาว เมื่อวันศุกร์ที่ 21 กรกฏาคม ที่ผ่านมา

ดาวเตะคณะประเทศชาติสกอตแลนด์วัย 23 ปี โยกย้ายมาค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ ด้วยค่าตัวราว 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 450 ล้านบาท) และถือเป็นการเสริมทัพรายที่ 3 ของ ลิเวอร์พูล ในช่วงฤดูร้อนนี้ต่อจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โดมินิค โซลันกี้

“ผมแค่อยากพิสูจน์มอบเห็นว่า ผมเชี่ยวชาญเล่นภายในระดับนี้ได้ และก็วาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผมจะทำแบบนั้นได้ตั้งแต่ฤดูนี้เลย มันมีไม่กี่สโมสรหรอกที่วิเศษกว่า ลิเวอร์พูล เมื่อคุณโตขึ้นมา คุณก็อยากเล่นให้สโมสรใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล อยู่แล้ว และนี่คือฝันที่เป็นจริงสำหรับผม” โรเบิร์ตสัน เปิดใจ

Please visit หวานจับใจ!โรเบิร์ตสันลั่นฝันที่เป็นจริงได้ร่วมทัพหงส์ for related article.

พาเลซเฮเบนเตเก้กล่าวสำทับหนักแน่นไม่อยากย้ายทีม

ฮอลิเดย์ เข้าไม่ได้ คริสติย็อง เบนเตเก้ กองหน้าตัวเก่งของคริสตัล พาเลซ ย้ำ ไม่ต้องการย้ายทีมแม้มีข่าวหนาหู เปิดเผยเป็นซีซั่นก่อนลุยฟุตบอลโลก เลยอยากอยู่กับทีมที่ได้เล่นสม่ำเสมอ ละพยายามทำผลงานให้ดีที่สุด แถมมั่นใจอีกว่า พาเลซ แกร่งพอมีลุ้นวางเป้าหมายที่ทะเยอทะยานได้

คริสติย็อง เบนเตเก้ กองหน้าทีมชาติเบลเยียม ของคริสตัล พาเลซ พูดข่าวดีให้แฟนบอล “ปราสาทเรือนแก้ว” บันเทิงใจ เมื่อยืนยันว่าเขามีความสุขดีกับทีม ไม่คิดย้ายไปไหน หลังมีข่าวกับ เอฟเวอร์ตัน หนาหู ขณะที่ข่าวกับ เชลซี ล่าสุดทีม “สิงห์บลูส์” เปิดตัว อัลบาโร่ โมราต้า กองหน้าทีมชาติสเปน เรียบร้อย

กองหน้าวัย 26 ปี ย้ายจากลิเวอร์พูล มาเล่นกับ พาเลซ ในฤดูกาลก่อน แต่ด้วยชื่อชั้นทำให้มีข่าวว่าอาจจะย้ายไปเล่นทีมใหญ่กว่า โดยเฉพาะกับ เอฟเวอร์ตัน แม้จะมีทั้ง ซานโดร รามิเรซ และ เวย์น รูนีย์ ย้ายมาแทน โรเมลู ลูกากู ที่โยกไปเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เบนเตเก้ ย้ำว่าเขามีความสุขในเซลเฮิร์ส พาร์ค นอกจากนี้ยังคิดแบบกันเหนียวด้วยว่า ตอนจบซีซั่นจะมีฟุตบอลโลก 2018 ที่ รัสเซีย และเขาต้องการเล่นอย่างสม่ำเสมอเพื่อทำผลงานให้เข้าตาโรเบร์โต้ มาร์ติเนซ หนีบไปแดนหมีขาวด้วย

Read related content at พาเลซเฮเบนเตเก้ตอกย้ำหนักแน่นไม่อยากย้ายทีม.

ญาญ่า ไม่รู้ถูกวางตัวหนัง นาคี ปัดค่าตัวแพงออกอีเว้นต์ 3 แสน

โทรถูก ลือกันเป็นมหากาพย์เลยทีเดียวว่านางเอกในภาพยนตร์ นาคี 2 ไม่ใช่คนเดิมอย่าง “แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์” ซึ่งหนึ่งในนางเอกที่มีชื่ออยู่ในโผ คือสาวลูกครึ่งอย่าง ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์

ล่าสุดมีโอกาสได้เจอสาวญาญ่ามาร่วมงาน HD Extra Experience…สนุกสุด กับประสบการณ์ TrueMove H Best HD Network กับ TrueID Your EXTRA-TAINMENT ณ ลาน Infinity Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เจ้าตัวเปิดใจถึงประเด็นที่เกิดขึ้นทั้งเรื่องวางตัวเล่นหนัง รวมถึงเรื่องที่ติดอันดับดาราค่าตัวสูงลิ่วว่า…

เรื่องชุดประทานจากจากพระองค์หญิงฯ
“โชคดีมากๆ เลยที่ได้ชุดสวยๆ ยิ่งชุดของพระองค์หญิงฯ หนูได้ใส่ประมาณ 2 ชุด ซึ่งทุกคนที่กองถ่ายตื่นเต้นกันมากๆ ก็ดูแลอย่างดีมากค่ะ พี่แอนก็กำชับหนูว่าดูแลให้ดีนะ”

สวมแล้วเป็นยังไง?
“ตื่นเต้นค่ะ ชุดสวยมากด้วย และมีความรู้สึกว่าเรายิ่งโก้ขึ้นมาอีกระดับหนึ่งเลย ก็ไม่เกร็งจนจำบทไม่ได้ แต่แค่ซนน้อยลงหน่อยนึง”

ต้องระวังมากขึ้นไหม?
“จริงๆ การที่หนูเป็นนางแบบมาก่อน หนูระวังทุกชุดอยู่แล้ว เป็นชุดในละครค่ะ”

ถามถึง “นาคี” เวอร์ชั่นหนัง มีข่าวว่าเราจะเป็นนางเอก?
“อันนี้ไม่ทราบเลยค่ะ”

พี่อ๊อฟ พี่แดง ติดต่อมาหรือยัง?
“ยังไม่ทราบค่ะ อันนี้หนูไม่รู้เลย ต้องถามพี่อ๊อฟพี่แดง หนูไม่รู้เรื่อง ผู้ใหญ่ก็ยังไม่ได้คุยกับเราเลย หนูก็เห็นจากในข่าวเหมือนกัน แต่ยังไม่มีใครคุยกับเรา”

งงไหมมีชื่อเราเรื่องนี้?
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ต้องไปถามพี่อ็อฟพี่แดง คือตอนนี้ยังไม่มีใครโทรศัพท์มา ถ้ามีก็ยินดีอยู่แล้วค่ะ”

แล้วเราสนใจบทนี้ไหม?
“หนูเป็นแฟนละครนาคีเลย ถ้าได้เป็นส่วนหนึ่ง คือถ้าเขาจะทำอีกครั้งก็ยินดีมากๆ”

Read more content at ญาญ่า ไม่รู้ถูกวางตัวหนัง นาคี ปัดค่าตัวแพงออกอีเว้นต์ 3 แสน.

9 วิธีการตกแต่งห้องนอนผู้สูงวัย ให้พวกเขาใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น

ไอเดียอพาร์ทเม้นคลอง6แต่งเติมห้องนอนสำหรับคนสูงอายุ ออกแบบความเป็นอยู่ให้ปลอดภัย ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ เข้าใจความต้องการของพวกท่าน และทำให้คนในบ้านอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

เพื่อการดูแลคนที่เรารักอย่างดีที่สุด ลูกหลานอย่างเรา ๆ ก็คงต้องสรรหาสิ่งที่ดีสุดให้กับคนสูงอายุในครอบครัว ฉะนั้นห้องนอนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่เราจะต้องคำนึกถึงความปลอดภัย สะดวกสบาย และใช้งานได้จริงเป็นหลัก เราเลยไม่รอช้าที่จะนำเอาไอเดียในการตกแต่งห้องนอนสำหรับคนสูงอายุมาฝากกันค่ะ เพื่อให้ท่านได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดและมีความสุขกับทุกคนในครอบครัว

1. เลือกตำแหน่งห้องนอนให้เชื่อมต่อทุกพื้นที่

ห้องนอนจะต้องตั้งอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเชื่อมโยงกับพื้นที่อื่น ๆ ในบ้านได้อย่างง่ายดาย เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถเดินไปยังห้องต่าง ๆ ในบ้านได้สะดวก แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ แนะนำให้ติดตั้งราวจับ ลิฟท์ หรือเก้าอี้เคลื่อนที่อัตโนมัติรอบบ้าน

2. เลือกความสูงเตียงให้พอเหมาะ

หัวใจหลักสำคัญในห้องนอนของผู้สูงอายุ นั่นก็คือ เตียงนอน ลักษณะของเตียงนอนที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุจะต้องไม่เตี้ยติดพื้นจนเกินไป ควรจะวัดความสูงให้ได้ประมาณ 25-36 นิ้ว ซึ่งเป็นระยะความสูงที่ทำให้เท้าของผู้สูงอายุติดพื้นพอดี เมื่อต้องการลุกขึ้นจากท่านอนหรือนั่งก่อนจะนอน

3. พรมปูพื้นต้องกันลื่น

การแต่งห้องด้วยพรมนุ่ม ๆ ที่มีลวดลายสวยงาม ดูไม่ค่อยจำเป็นกับห้องนอนของผู้สูงอายุเท่าไร เพราะจะทำให้เกิดอุบัติเหตุลื่นล้มได้ แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้พรม ก็แนะนำให้เลือกพรมแบบกันลื่น หรือติดแผ่นกันลื่นรองไว้ใต้พรม เพื่อให้เกิดแรงเสียดทานและเพิ่มการยึดเกาะระหว่างพรมกับพื้น

4. ตกแต่งพื้นที่ใช้สอยอย่างปลอดภัย

เลือกใช้เฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นและช่วยในการยึดเกาะได้ เน้นตกแต่งพื้นที่ใช้สอยให้น้อยไว้ก่อน แต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หลัก ๆ ก็พอ เช่น โต๊ะข้างเตียง ลิ้นชักใส่ของ เก้าอี้นั่งอ่านหนังสือ และโซฟาไว้เปลี่ยนอิริยาบถ ส่วนห้องนอนของผู้สูงอายุที่ต้องใช้ไม้เท้า ไม่แนะนำให้ปูพรมหรือวางสิ่งของต่าง ๆ ไว้บนพื้นห้อง เพราะอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ค่ะ

5. มีแสงสว่างเพียงพอ

เนื่องผู้สูงอายุไม่สามารถมองเห็นภาพต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน ฉะนั้นจึงควรมีแสงไฟที่สว่างทั่วทุกจุด อย่างเช่น หลอดไฟดวงใหญ่กลางห้อง โคมไฟโต๊ะข้างเตียง โคมไฟที่มุมอ่านหนังสือ และไฟระหว่างทางเดิน ถ้าจะให้ดีควรมีหน้าต่าง เพื่อให้แสงจากธรรมชาติช่วยทำให้ภายในบ้านสว่างขึ้น

6. เปลี่ยนมือจับประตูให้เหมาะสม

ถ้าเลือกมือจับประตูที่แน่นหนาและเป็นโลหะเนื้อแข็ง จะทำให้ผู้สูงอายุเปิดใช้งานลำบาก ดังนั้นควรจะเลือกด้ามจับบานประตู หน้าต่าง หรือตู้เก็บของแบบที่เป็นคันโยกเปิดง่าย มีดีไซน์เรียบ ๆ และมีเนื้อสัมผัสที่ไม่แข็งจนเกินไปมาใช้จะดีกว่า

7. ติดตั้งอุปกรณ์สื่อสาร

ลูกหลานมักจะกังวลว่า ผู้สูงอายุที่อยู่ลำพังภายในห้องนอนจะใช้ชีวิตอย่างไร ท่านต้องการอะไรบ้างไหม หรือเกิดเหตุอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งเราไม่สามารถรู้ความเคลื่อนไหวนั้นได้เลย นอกจากจะเดินไปดู ง่าย ๆ เลยค่ะ แค่นำเครื่องมือติดต่อสื่อสาร อย่าง โทรศัพท์ภายในหรืออินเตอร์คอม มาติดตั้งก็จะให้คุณสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของผู้สูงไว้ได้ในทันทีที่ต้องการ และที่สำคัญสามารถติดต่อในยามฉุกเฉินได้ด้วย

8. สีทาผนังแบบสีธรรมชาติ

สีทาผนังห้องที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ นั่นก็คือ สีเหลืองอ่อน สีครีม สีชมพูโทนพาสเทล สีเขียวสบายตา และสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งโทนสีทั้งหมดนี้เป็นโทนที่มาจากธรรมชาติ ที่ดูดีมีสไตล์เหมาะสมกับผู้สูงอายุ อีกทั้งยังช่วยสะท้อนแสงทำให้ห้องนอนสว่างขึ้นอีกด้วย

9. ป้องกันเสียงและความร้อนให้พักผ่อนอย่างเต็มที่

ด้วยสภาพร่างกายของคนสูงอายุที่ต้องการการผ่อนคลายอย่างเต็มที่ และสะดวกสบายที่สุด ฉะนั้นผนังห้องก็ควรดีไซน์ให้สามารถซับเสียงจากภายนอกไม่ให้เข้ามาข้างในมากเกินไป และติดตั้งฉนวนกันความร้อนบนฝ้าเพดานเพื่อป้องกันความร้อน ทำให้ห้องเย็นสบาย เหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง

หากลูกหลานคนไหนต้องการความมั่นใจ ให้คนสูงอายุอาศัยอยู่ในบ้านได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข อย่าลืมนำไอเดียตกแต่งห้องนอนสำหรับผู้อายุทั้งหมดนี้ ไปลองปรับใช้และออกแบบห้องนอนเพื่อคนที่เรารักกันนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก livspace, Ehow, Homeguides, ageinplace

#ที่พักคลอง 6 #อพาร์ทเม้นคลอง6 #คลอง6 #ที่พัก #อาพาร์ทเม้น

Please visit 9 วิธีการแต่งห้องนอนคนสูงอายุ ให้พวกเขาใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น for more detail.

7 ข้อควรรู้ก่อนโกนขนหน้า ถ้าไม่อยากพลาด !!

หากสาวๆ คนไหนคิดจะโกนขนหน้าต้องรู้ 7 ข้อต่อไปนี้นะคะ เพื่อความปลอดภัยและมีผิวหน้าเนียนใสดั่งที่ใจต้องการ

การโกนขนที่ใบหน้าฟังตัวแทนจำหน่ายครีมออนไลน์ดูหวาดเสียว แต่บอกเลยค่ะว่าไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด เพราะการโกนขนหน้าก็เหมือนกับคุณผู้ชายโกนหนวดเครานั่นแหละค่ะ เพียงแต่เราจะไม่ได้โกนเฉพาะคาง แต่โกนทั่วทั้งใบหน้าเลยนั่นเอง นอกจากนั้นการโกนขนใบหน้ายังทำให้ผิวหน้าเราเนียนนุ่ม ขาวใส แต่งหน้าติดง่ายขึ้น ไม่มีขนเส้นเล็กๆ มารบกวนอีกด้วยล่ะค่ะ แต่ก่อนที่สาวๆ จะโกนขนหน้าต้องรู้ 7 เรื่องต่อไปนี้ก่อน เพื่อที่สาว ๆ จะได้มีผิวหน้าสวยเนียนใสไร้ขนมารบกวนอีกต่อไป

1. ขนที่ขึ้นมาใหม่จะไม่หนาและแข็งกว่าเดิม

ใครที่ไม่โกนขนใบหน้าเหตุผลเพราะกลัวขนที่ขึ้นมาใหม่จะหนาและแข็งกว่าเดิม ขอบอกเลยค่ะว่าไม่จริง ต่อให้คุณโกนขนที่แก้มไปแล้ว พอมันงอกขึ้นมาใหม่ก็ยังคงคงนุ่มและเส้นบางเหมือนเดิม เพียงแต่ที่เรารู้สึกว่ามันแข็งคงเป็นเพราะปลายเส้นขนนั้นทู่จากการโกน ไม่ได้เรียวเหมือนก่อนโกนนั่นเองค่ะ

2. ชะโลมฟองก่อนโกน

เวลาโกนขนหน้าก็เหมือนคุณผู้ชายโกนหนวดเครานั่นแหละค่ะสาว ๆ เราเห็นพวกเขาใช้ครีมก่อนหนวดที่เป็นฟองขาวละเอียดชโลมทั่วบริเวณที่จะโกน นั่นเพราะจะช่วยให้ปาดใบมีดได้ลื่นและง่ายขึ้น ลดการระคายเคือง แถมยังช่วยให้โกนได้เกลี้ยงเกลาหมดจดด้วยนะ

3. ส่องกระจกตลอด

มันคงออกมาไม่งามแน่ ๆ ถ้าหากสาว ๆ เผลอปาดใบมีดไปยังหางคิ้ว กลายเป็นคิ้วแหว่งเสียอย่างนั้น ต้องรออีกหลายเดือนกว่าจะขึ้นมาเต็ม ดังนั้นเวลาสาว ๆ โกนขนหน้าก็ควรส่องกระจกไปด้วยดีกว่านะคะ

4. ใช้มีดโกนไฟฟ้าจะดีกว่า

สำหรับการโกนขนใบหน้าสาว ๆ ควรเลือกใช้มีดโกนไฟฟ้าจะดีที่สุด เพราะใบมีดโกนไฟฟ้านั้นมีขนาดเล็ก ทำให้โกนได้เกลี้ยงกว่ามีดโกนธรรมดาค่ะ หรือถ้าไม่มีก็อาจเลือกมีดโกนชนิด 3 ใบมีดขึ้นไปแทนก็ได้ และอย่าลืมทำความสะอาดก่อนและหลังใช้งานทุกครั้งด้วยนะ

5. มีสมาธิ ไม่รีบร้อน

ไม่ต้องรีบร้อนคิดว่าแค่ปาด ๆ โกน ๆ เดี๋ยวก็เสร็จ เพราะแบบนั้นอาจจะทำให้ใบมีดสร้างบาดแผลเกิดรอยเลือดบนใบหน้าของสาว ๆ ได้ ดังนั้นระหว่างโกนควรระมัดระวัง มีสมาธิจดจ่ออยู่กับผิวหน้าและใบมีดโกนของเรา เพื่อที่หน้าสวย ๆ จะได้ไม่มีรอยแผลนะคะ

6. หลังโกนเสร็จบำรุงด้วยเซรั่ม

หลังจากโกนขนหน้าเสร็จ ใบหน้าของเราจะเนียนนุ่ม ไม่มีขนเส้นเล็ก ๆ มากวนใจ อีกทั้งยังเป็นเวลาที่ดีที่จะใช้ครีมบำรุงหรือเซรั่มแบบบางเบาทาทั่วหน้า เพราะผิวหน้าของเราจะซึมซับเซรั่มได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

7. ระวังขนคุดด้วยล่ะ

การมีขนคุดไม่ใช่เรื่องตลก ยิ่งถ้าหากมันมาขึ้นบนใบหน้าของเราด้วยแล้วล่ะก็…แย่เลยทีนี้ ดังนั้นหลังจากโกนขนหน้าเสร็จ สัก 1 อาทิตย์ สาว ๆ ควรสครับหน้าเบา ๆ เพื่อจำกัดขนคุดออกด้วยนะคะ

เพียงแค่ 7 ข้อนี้สาว ๆ ก็เตรียมมีดโกนแล้วลงมือจำกัดขนบนใบหน้าของเราได้เลยค่ะ แต่ถ้าใครยังไม่เชื่อมั่นที่จะลงมือโกนขนบนใบหน้าเอง ก็อาจจะให้ผู้เชี่ยวชาญโกนให้ก็ได้นะคะ แบบนั้นจะสะอาดและปลอดภัยกว่าแน่นอนค่ะ

ข้อมูลจาก : bustle.com และ thatviralfeed.com

#คอลลาเจน #ผิวขาว #ผิวเนียน นุ่ม ใส #D&C diamond & Collagen #ดี แอนด์ ซี ไดมอนด์ แอนด์ คอลลาเจน #www.dandccenter.com

Read related post at 7 ประเด็นควรรู้ก่อนโกนขนหน้า ถ้าไม่อยากพลาด !!.

7 สิ่งที่ iPhone 7/7 Plus ทำไม่ได้เหมือน Android

7 สิ่งที่ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ทำไม่ได้เหมือนโทรศัพท์มือถือ Android ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง มาดูกัน

แม้ว่า iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จะถูกยกให้เป็นสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในตอนนี้ จากการทดสอบประสิทธิภาพต่าง ๆ ของเครื่องจากผู้ใช้งานจริงและเว็บไซต์ไอทีชั้นนำหลายแห่งที่นำมารีวิว แต่ก็ยังมีหลายสิ่งที่ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ไม่สามารถทำได้เหมือนโทรศัพท์มือถือ Android เนื่องจากมีข้อจำกัดในการใช้งานมากกว่า

วันนี้เราจึงได้รวบรวม 7 สิ่งที่ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ไม่สามารถทำได้เสมือนโทรต่างประเทศราคาประหยัดโทรศัพท์มือถือ Android มีอะไรบ้างที่ iPhone 7 ทำไม่ได้เหมือนโทรศัพท์มือถือ Android

1. ไม่สามารถจัดการไฟล์ต่าง ๆ ผ่านคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง

การจัดการไฟล์ต่าง ๆ บน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus เช่น เพลง, รูปภาพ หรือแอพฯ ยังคงต้องอาศัยโปรแกรมหลักอย่าง iTunes เพื่อทำการซิงก์ข้อมูลไปมา (กรณีต้องการนำไฟล์นั้น ๆ ลงเครื่องหรือเก็บไว้บนคอมพิวเตอร์) ซึ่งต่างจากมือถือ Android ที่อาศัยเพียงสายชาร์จ microUSB เสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์ ก็สามารถคัดลอกหรือโอนย้ายไฟล์ต่าง ๆ ได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องอาศัยโปรแกรมเสริมใด ๆ

2. ใช้อุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ไม่ได้

สำหรับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus นั้นขึ้นชื่อว่าเป็นมือถือที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูง จึงส่งผลให้ไม่สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เช่น ที่ชาร์จไร้สาย (Wireless Charger), สายชาร์จที่ไม่ผ่านการรับรอง Apple และนาฬิกาอัจฉริยะ (Smart Watch) บางรุ่นที่ไม่มีแอพฯ รองรับ เป็นต้น ซึ่งต่างจาก Android ที่รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมแทบทุกชนิด และหาซื้อง่ายกว่า

3. ไม่สามารถปรับแต่งธีมและอินเทอร์เฟซได้ตามต้องการ

อีกหนึ่งสิ่งที่ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ไม่สามารถทำได้อิสระเหมือน Android (ถ้าไม่เจลเบรค) ก็คือการปรับแต่งธีมและอินเทอร์เฟซต่าง ๆ ได้ตามต้องการ เช่น ปรับแต่งภาพพื้นหลัง Wallpaper, Widget แจ้งเตือน, ไอคอนแอพฯ, ปุ่มลัดในแถบแจ้งเตือนต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งการปรับแต่งดังกล่าวถือเป็นจุดเด่นของ Android เลยก็ว่าได้

4. เพิ่มหน่วยความจำไม่ได้

สำหรับมือถือ Android หลายรุ่นจะมีช่องสำหรับใส่ microSD ที่ช่วยให้สามารถเพิ่มความจุของเครื่องได้ ซึ่งบางรุ่นสามารถเพิ่มได้สูงสุดถึง 2TB เลยทีเดียว แต่สำหรับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ไม่สามารถเพิ่มความจุของเครื่องได้ หากต้องเพิ่มความจุ จะต้องซื้อรุ่นที่มีความจุมากขึ้น ซึ่งราคาก็จะแพงขึ้นตามลำดับ วิธีแก้ไขเบื้องต้น ก็คือการสำรองข้อมูลไปยังแหล่งบริการฝากไฟล์ต่าง ๆ เช่น iCloud หรือสำรองข้อมูลผ่านโปรแกรม iTunes เมื่อเครื่องพื้นที่ใกล้เต็ม ดูวิธีเพิ่มพื้นที่ iPhone โดยไม่ต้องลบรูป

5. ถอดเปลี่ยนฝาหลังไม่ได้

ปัจจุบันมือถือ Android หลายรุ่นยังคงสามารถถอดเปลี่ยนฝาหลังได้ตามที่ต้องการ โดยเฉพาะมือถือที่ได้รับความนิยมหรือเป็นมือถือที่เน้นสีสันและแฟชั่นมักจะมีการผลิตฝาหลังหลากหลายลวดลายมาให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อเลือกเปลี่ยนได้ตามใจชอบ แต่ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus นั้นไม่สามารถถอดเปลี่ยนฝาหลังได้ ซึ่งทำได้เพียงแค่ใส่เคสลวดลายต่าง ๆ เพื่อเพิ่มสีสัน

6. ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

แม้ว่า iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ทาง Apple จะเคลมว่าการถอดช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. บนตัวเครื่องออกไปนั้นเป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวงการมือถือในปัจจุบันก็ตาม แต่เชื่อว่าผู้ใช้หลายคนต่างเลือกซื้อมือถือที่ยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. เป็นอันดับต้น ๆ อยู่แน่นอน เพราะนอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายไม่ต้องไปหาซื้อหูฟังไร้สายให้ยุ่งยากอีกด้วย

7. เปิดแอพฯ ได้พร้อมกันหลายแอพฯ ในหน้าจอเดียว

การเปิดใช้งานแอพฯ ต่าง ๆ พร้อมกันในหน้าจอเดียวบน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus นั้นไม่สามารถทำได้ ซึ่งผิดกับมือถือ Android ที่สามารถทำได้อย่างอิสระไม่ว่าจะเป็นการปรับขนาดหรือเลื่อนตำแหน่งของหน้าต่างแอพฯ ไปมา โดยเฉพาะผู้ใช้มือถือ Samsung และ LG ไม่ต้องอาศัยแอพฯ ประเภท Multi-Window ช่วย เนื่องจากมีฟีเจอร์ Multi-Window ติดมาพร้อมกับเครื่องอยู่แล้ว

ถึงแม้ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จะไม่มีความสามารถบางอย่างเทียบเท่าโทรศัพท์มือถือ Android แต่ถึงอย่างนั้น iPhone ก็ยังมีส่วนอื่น ๆ ที่ Android ไม่สามารถทำได้เช่นกันนะ รอติดตามในกระทู้ต่อ ๆ ไป

ติดตามข่าว iPhone 7 และ 7 Plus ทั้งหมด

#bvcall #โทรกลับไทยราคาถูก #โทรต่างประเทศ #บริการโทรข้ามประเทศ #บริการโทรต่างประเทศ #bvcall pantip

Please visit 7 เรื่องที่ iPhone 7/7 Plus ทำไม่ได้เหมือน Android for related content.

กรมการท่องเที่ยวแสดงโปรเจกต์พัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึก ชูอัตลักษณ์พื้นถิ่น-ภูมิปัญญา เพิ่มมูลค่า ปูพรม ๑๘ จังหวัด ปลุกกระแส “เสน่ห์เที่ยว-เสน่ห์ไทย”

กรมการท่องเที่ยว ปรับยุทธศาสตร์แนะนำที่พักในอรัญประเทศตอบรับนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ ด้วยโครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบ ของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยว กระตุ้นเที่ยวไทย ชูคอนเซ็ปต์ดีไซน์โดยใช้ทุนวัฒนธรรมผสมผสานเสน่ห์พื้นบ้านสร้าง อัตลักษณ์เพิ่มมูลค่าสินค้า สร้างงานสร้างรายได้ยั่งยืนให้ชุมชนนำร่อง ๑๘ จังหวัด พร้อมโชว์ฝีมือกว่า ๕๐๐ ผลงาน สุดสร้างสรรค์ครั้งแรกในงานนิทรรศการ “เสน่ห์เที่ยว เสน่ห์ไทย” วันที่ ๒๐ – ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐ ศกนี้ ณ บริเวณลานแฟชั่นฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

นางสาววรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่ารัฐบาลมีนโยบายในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทยในยุค ๔.๐ (Thailand 4.0) ซึ่งอุตสาหกรรมและ ธุรกิจท่องเที่ยวจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประเทศโดยองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งที่มีส่วนในการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนท่องเที่ยวและวิสาหกิจชุมชน คือ ธุรกิจของที่ระลึก ซึ่งนักท่องเที่ยวมักจะแสวงหาสิ่งที่สะท้อนความเป็นท้องถิ่นหรืออัตลักษณ์ของสถานที่ที่ไปเยือนจากข้อมูลเบื้องต้นของกรมการท่องเที่ยวพบว่าปี ๒๕๕๙ ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวน ๓๒,๕๘๘,๓๐๓ คน เพิ่มขึ้นร้อยละ ๘.๙๑ เมื่อเทียบกับปี ๒๕๕๘ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดทำ “โครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยว” เป็นกิจกรรมนำร่องในปีงบประมาณ ๒๕๕๙ โดยคัดเลือกแหล่งท่องเที่ยวเป็นกรณีศึกษา ๑๘ แห่ง จาก “๑๒ เมืองต้องห้ามพลาด” “๑๒ เมืองต้องห้ามพลาดพลัส” และสนามบินนานาชาติ ๔ จังหวัด ด้วยการนำเสน่ห์ที่เป็นต้นทุนวัฒนธรรมไทย อัตลักษณ์ประจำท้องถิ่น และภูมิปัญญาพื้นบ้านมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบและพัฒนาสินค้าที่ระลึกให้มีความร่วมสมัยและเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม โดยได้จัดประชุมระดมความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวทั้งสถาบันการศึกษาและภาคประชาชน จำนวน ๑๘ พื้นที่ เพื่อให้เกิดการสร้างเครือข่ายและคลัสเตอร์การพัฒนาธุรกิจสินค้าที่ระลึกในพื้นที่ มีแนวทางการออกแบบที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละท้องถิ่น และความหลากหลายของนักท่องเที่ยว เกิดการรวมกลุ่มกันดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการพัฒนาสินค้าของที่ระลึก และเป็นการสร้างแนวคิด “เสน่ห์เที่ยว-เสน่ห์ไทย” ให้เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างยั่งยืน

สำหรับผลงานต้นแบบสินค้าที่ระลึกจากพื้นที่กรณีศึกษา ๑๘ แห่ง ซึ่งมีจำนวนกว่า ๕๐๐ ชิ้นงาน จะนำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในงาน “เสน่ห์เที่ยว-เสน่ห์ไทย” นิทรรศการแสดงผลงานการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยวใน วันที่ ๒๐ – ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐ ณ บริเวณลานแฟชั่นฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน พร้อมเปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ ถอดรหัส “เสน่ห์เที่ยว-เสน่ห์ไทย” : การออกแบบโดยใช้อัตลักษณ์พื้นถิ่นเพื่อให้โดนใจนักท่องเที่ยว เพื่อให้ความรู้ในการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบอย่างร่วมสมัยและสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวของแต่ละพื้นที่

นางสาววรรณสิริ โมรากุล กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลงานต้นแบบทุกชิ้นแม้ว่าจะเป็นลิขสิทธิ์ของกรมการท่องเที่ยว แต่กรมการท่องเที่ยวมีความยินดีที่จะมอบให้เครือข่ายนำไปต่อยอดและขยายผล โดยต้องได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิ์ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยอาจจะมอบสิทธิ์ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและ/หรือ หัวหน้ากลุ่มชุมชนในพื้นที่กรณีศึกษาเป็นผู้นำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนต่อไป รวมทั้งได้จัดทำแฟนเพจ “เสน่ห์เที่ยว-เสน่ห์ไทย” เพื่อนำเสนอรายละเอียดของโครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยว องค์ความรู้ด้านการออกแบบและภาพผลงานต้นแบบ เพื่อให้ผู้สนใจได้ศึกษาและประยุกต์ใช้เพื่อสร้างรายได้

กรมการท่องเที่ยวมุ่งมั่นพัฒนามาตรฐานการท่องเที่ยวไทยให้ครอบคลุมทุกมิติเพื่อสร้างความยั่งยืนด้วยการเน้นคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม กระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ ปลูกจิตสำนึกรักบ้านเกิดและสร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง ซึ่งโครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยวจะเปิดมุมมองใหม่และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างรายได้และกระตุ้นศก.ชุมชน ตลอดจนยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้มีคุณค่าด้านความทรงจำอีกด้วย”อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าว

นายสักกฉัฐ ศิวะบวร อดีตนายกสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าทีมออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ที่ปรึกษาโครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยวกล่าวว่าพื้นที่กรณีศึกษา ๑๘ แหล่งท่องเที่ยวในโครงการฯประกอบด้วย พื้นที่ใน”๑๒ เมืองต้องห้ามพลาด” จำนวน ๘ จังหวัด ได้แก่ ๑) เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ๒) หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำบ้านนาป่าหนาด ต.เขาแก้ว อ.เชียงคาน จ.เลย ๓) ปราสาทเมืองต่ำบ้านโคกเมือง ต.จระเข้มาก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ๔) เกาะพิทักษ์ ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร ๕) เกาะลิบง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ๖) อุทยานแห่งชาติหาดขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ๗) วิสาหกิจชุมชนบ้านรักษ์เขาบายศรี ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี และ ๘) ชุมชนตำบลน้ำเชี่ยว อ.แหลมงอบ จ.ตราด

นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวใน “๑๒ เมืองต้องห้ามพลาดพลัส” จำนวน ๖ จังหวัด ได้แก่ ๑) ชุมชนบ้านพระพุทธบาทห้วยต้ม ต.นาทราย อ.ลี้ จ.ลำพูน ๒) ชุมชนบ้านทุ่งโฮ้ง ต.ทุ่งโฮ้ง อ.เมือง จ.แพร่ 3) น้ำตกตาดโตน อุทยานแห่งชาติตาดโตน อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ๔) หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จังหวัดที่มีท่าอากาศยานนานาชาติ จำนวน ๔ จังหวัด ได้แก่ ๑) เชียงใหม่ ๒) เชียงราย ๓) สงขลา (หาดใหญ่) และ ๔) ภูเก็ต

“เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีต้นทุนวัฒนธรรมหรือเสน่ห์และภูมิปัญญาที่แตกต่างกัน ทางทีมงานจึงได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาข้อมูลของแต่ละท้องถิ่นและจัดประชุมในรูปแบบของเวิร์คช็อปเพื่อให้เกิดการแสดงความคิดเห็นร่วมกัน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาสินค้าที่ระลึกให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวในพื้นที่นั้นๆ หลังจากนั้นจึงเป็นขั้นตอนของการออกแบบและผลิตต้นแบบสินค้า โดยแต่ละพื้นที่มีผลงานออกแบบแห่งละ ๓ คอลเลคชั่น แต่ละคอลเลคชั่นมี ๑๐ รายการ เมื่อรวมกันแล้วมีผลงานต้นแบบกว่า ๕๐๐ ชิ้นงาน” นายสักกฉัฐ ศิวะบวร กล่าว

นางประภาพรรณ ศรีตรัย ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหม้อห้อมรุ่งเจริญย้อมสีธรรมชาติ ชุมชนบ้านทุ่งโฮ้ง จ.แพร่ กล่าวถึงประโยชน์ที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยวว่า บ้านทุ่งโฮ้งเป็นชุมชนที่มีจุดเด่นเรื่องการผลิตผ้าหม้อห้อม เป็นภูมิปัญญาไทพวน ซึ่งเป็นบรรพบุรุษ ของคนบ้านทุ่งโฮ้ง จุดเด่นดังกล่าวทำให้การย้อมผ้าหม้อห้อมกลายเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวที่มีคณะผู้มาศึกษาดูงาน ต่อมาในระยะหลังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจากยุโรปและญี่ปุ่นเข้ามาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมากจึงต้องปรับรูปแบบสินค้าที่ระลึกให้เหมาะสม สำหรับการเข้าร่วมโครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยวนั้น ทางทีมวิทยากรออกแบบได้ใช้จุดเด่นจากวิถีชีวิตของการย้อมหม้อห้อม ผสมผสานกับเทคนิคการย้อมแบบใหม่ และการออกแบบลายใหม่ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ ซึ่งทางกลุ่มฯ หวังว่าจะมีโอกาสนำต้นแบบเหล่านี้ไปผลิตเพื่อจำหน่ายได้จริง

นางสุรัตนา ภูมิมาโนช ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลน้ำเชี่ยว จ.ตราด กล่าวว่า การที่กรมการท่องเที่ยวเลือกพื้นที่บ้านน้ำเชี่ยวเข้าโครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยวจะก่อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดและขยายผล ทำให้ทางชมรมฯ ได้นำตราสัญลักษณ์ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวมาพัฒนาเป็นสินค้าของที่ระลึกได้อย่างเป็นรูปธรรม และสินค้าต้นแบบทุกผลงานสามารถตอบโจทย์การท่องเที่ยวในบ้านน้ำเชี่ยวได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ยังมีหอยปากเป็ดซึ่งเป็นเสน่ห์และจุดเด่นของบ้านน้ำเชี่ยว และงอบน้ำเชี่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาช้านาน ทั้งนี้ หากชุมชนมีโอกาสนำผลงานต้นแบบต่างๆ เหล่านี้ไปผลิตและจำหน่ายเชื่อว่าจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้น แลเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

#สระแก้ว #อรัญประเทศ #ท่องเที่ยว #ที่พักสระแก้ว #โรงแรมสระแก้ว #ที่พักอรัญประเทศ #โรงแรมอรัญประเทศ

Read more article at กรมการท่องเที่ยวโชว์โปรเจกต์พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบของที่ระลึก ชูอัตลักษณ์พื้นถิ่น-ภูมิปัญญา เพิ่มมูลค่า ปูพรม ๑๘ จังหวัด ปลุกกระแส “เสน่ห์เที่ยว-เสน่ห์ไทย”.

ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาดตลาดไทยเที่ยวไทยปีนี้ขยายตัว 7-8% สร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 9.3 แสนลบ.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ดูสถานการณ์ตลาดไทยเที่ยวไทยในปี 2560 ยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคิดว่าจะสร้างรายได้สะพัดสู่ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องประมาณ 9.30-9.38 แสนล้านบาท แม้ปัจจุบันนี้ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการต่ออายุมาตรการหักลดหย่อนภาษีเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ประกอบกับทิศทางของต้นทุนการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศที่อาจจะปรับขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลกและการปรับอัตราค่าจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันใหม่ที่มีผลต่อต้นทุนการทำตลาดของสายการบิน

“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า รายได้จากคนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศน่าจะมีมูลค่าประมาณ 9.30-9.38 แสนล้านบาท หรือขยายตัวประมาณร้อยละ 7.0-8.0 เมื่อเทียบกับที่เติบโตร้อยละ 8.3 ในปี 2559 และคาดว่าจะมีคนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศประมาณ 158.2-159.7 ล้านคน-ครั้ง ขยายตัวร้อยละ 6.2-7.2 จากที่เติบโตประมาณร้อยละ 7.3 ในปี 2559 ที่ผ่านมา” เอกสารเผยแพร่ ระบุ

ปัจจัยหลักในการเคลื่อนตลาดไทยเที่ยวไทยมาจากการตลาดที่เข้มข้นของผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวโดยตรง อย่างโรงแรมและสายการบิน หรือธุรกิจทางอ้อมที่มีการจัดโปรโมชั่นกระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งปี และการทำตลาดประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนผ่านช่องทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ ซึ่งมีผลต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจวางแผนของนักท่องเที่ยว

“ผลสำรวจพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่า การจัดแคมเปญการตลาดและการจัดโปรโมชั่นของภาคธุรกิจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจวางแผนเดินทางท่องเที่ยวอันดับ 1 ขณะที่ปัจจัยอื่นๆ อาทิ อิทธิพลจากการได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์ การจัดงานมหกรรมท่องเที่ยว เป็นต้น” เอกสารเผยแพร่ ระบุ

ขณะเดียวกันการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวและการเกิดขึ้นของกิจกรรมใหม่ๆ ที่มีการเจาะเฉพาะกลุ่มมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่หลากหลายขึ้นในแต่ละพื้นที่ก่อให้เกิดเทรนด์การท่องเที่ยวใหม่ๆ อาทิ การจัดการแข่งขันกีฬาอย่างฟุตบอลไทยลีก การจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอน หรือการแข่งจักรยาน การจัดงานเทศกาลท้องถิ่น ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ช่วยสนับสนุนให้เกิดการเจริญเติบโตของการท่องเที่ยวภายในประเทศ อีกทั้งในระยะหลังผู้ประกอบการธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำให้ความสำคัญในการขยายเส้นทางการบินระหว่างจังหวัด นอกเหนือจากเส้นทางการบินหลักจากกรุงเทพฯ และการเปิดให้บริการเรือเฟอร์รี่ระหว่างพัทยา-หัวหิน ซึ่งจะช่วยทำให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวไปยังจังหวัดต่างๆ ได้สะดวกขึ้น และเกิดการกระจายตัวของการเดินทางท่องเที่ยว

สำหรับตลาดท่องเที่ยวที่คิดว่าจะขยายตัวดีจะยังคงเป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก และจังหวัดท่องเที่ยวที่อยู่ในแผนการทำตลาดอย่าง 12 เมืองต้องห้ามและพลัส ซึ่งในปีนี้หน่วยงานภาครัฐมีนโยบายที่จะทำตลาดการท่องเที่ยวทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อกระตุ้นรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และโดยเฉพาะเมื่อทาง CNN ได้มีการจัดอันดับสถานที่น่าท่องเที่ยวในโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยติด 1 ใน 17 สถานที่น่าท่องเที่ยวของโลกในปี 2560 ซึ่งน่าจะทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในพื้นที่มีความคึกคักโรงแรม สระแก้วดีขึ้น จากการที่ผู้ประกอบการธุรกิจและหน่วยงานในพื้นที่น่าจะมีการทำตลาดมากขึ้น และไม่เพียงแต่กระตุ้นเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่านั้น แต่รวมถึงนักท่องเที่ยวไทยเช่นกัน

เมื่อพิจารณาถึงการกระจายรายได้ของตลาดไทยเที่ยวไทย พบว่า ยังมีความแตกต่างกันอยู่ในแต่ละจังหวัด จากฐานข้อมูลสถิติการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทย ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยวทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง (ไม่รวมกรุงเทพฯ) มีจำนวนมาก แต่รายได้จากการท่องเที่ยวมีมูลค่าที่ต่ำกว่าภาคอื่น เห็นได้ว่าค่าเฉลี่ยรายวันของคนไทยที่เดินทางท่องเที่ยวไปยังทั้ง 2 ภาค ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของค่าใช้จ่ายของคนไทยที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างต่ำมาจากหลายองค์ประกอบ อาทิ นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปในพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักทัศนาจร จำนวนวันพักเฉลี่ยต่อคนที่ต่ำกว่าภาคอื่นๆ สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ไม่หลากหลาย ระบบการคมนาคมขนส่งที่จะไปยังแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ยังไม่สะดวกสบาย เป็นต้น

ทั้งนี้ การจะเพิ่มรายได้ท่องเที่ยวในพื้นที่ให้มากขึ้นสามารถทำได้หลายประการ อาทิ การสร้างผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นและหาชมที่ไหนไม่ได้ เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาในพื้นที่ให้มากขึ้น การพัฒนาสินค้าของที่ระลึกต่างๆ ให้ได้มาตรฐานและมีคุณภาพและเป็นของเฉพาะท้องถิ่นนั้นๆ ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในพื้นที่จะต้องซื้อสินค้านั้นๆกลับไป นอกจากนี้ ในเมืองท่องเที่ยวหลายแห่ง ซึ่งรวมถึงเมืองท่องเที่ยวหลักๆ อย่างเชียงใหม่ พัทยา หรือภูเก็ต ระบบการคมนาคมขนส่งสาธารณะในพื้นที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การจัดระบบการคมนาคมขนส่งสาธารณะในเมืองท่องเที่ยวที่อำนวยความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยว สามารถเชื่อมโยงไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดและระหว่างจังหวัดให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดต้นทุนการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในประเทศให้ถูกลงและยังจะช่วยหนุนให้ตลาดไทยเที่ยวไทยสามารถเจริญเติบโตได้ต่อเนื่อง

“การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยช่วยกระจายรายได้ลงสู่ระบบเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจในท้องถิ่นพื้นที่ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวและตามเส้นทางท่องเที่ยว โดยในปี 2559 ที่ผ่านมา จากรายงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจที่เกิดจากการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยอยู่ที่ประมาณ 8.69 แสนล้านบาท” เอกสารเผยแพร่ ระบุ

อย่างไรก็ดี การผลักดันให้ตลาดการท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องยังมีโจทย์ที่ท้าทายหลายประการ อาทิ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน สามารถสร้างรายได้สู่ประชาชนในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งสาธารณะในเมืองท่องเที่ยวที่อำนวยความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยว สามารถเชื่อมโยงไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดและระหว่างจังหวัดให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดต้นทุนการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในประเทศให้ถูกลง เป็นต้น

“การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และยังนับเป็นกิจกรรมเศรษฐกิจที่สำคัญที่สร้างรายได้ให้แก่เศรษฐกิจในชุมชนที่เป็นทั้งเมืองท่องเที่ยวและเส้นทางผ่าน และบ่อยครั้งเมื่อตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว ตลาดไทยเที่ยวไทยจะกลับมามีบทบาทสำคัญในการช่วยพยุงเศรษฐกิจการท่องเที่ยว” เอกสารเผยแพร่ ระบุ

ในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ตลาดไทยเที่ยวไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปมากทั้งในด้านของจำนวนคนไทยที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศที่เพิ่มขึ้นทุกปี ผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวใหม่ที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ การแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรงทั้งโรงแรมและที่พัก การขยายตัวของธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำในประเทศ รวมถึงบทบาทของภาครัฐที่เข้ามาช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศอย่างในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ รัฐบาลได้ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งหนึ่งในหลายมาตรการ คือ มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศ เนื่องจากมองว่าการท่องเที่ยวในประเทศเป็นกิจกรรมเศรษฐกิจที่จะช่วยให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่เศรษฐกิจในชุมชนได้อย่างรวดเร็ว และในปี 2559 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวในประเทศ 3 ครั้ง

ทั้งนี้ หากพิจารณาจากสถิติการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยหรือที่เรียกว่า ผู้เยี่ยมเยือน (Visitor) ซึ่งรวมทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวพักค้างและนักทัศนาจร โดย 1 คนสามารถเดินทางได้มากกว่า 1 ครั้ง และมากกว่า 1 จังหวัด ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า การเดินทางท่องเที่ยว มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2555-2559 นั้น จากที่มีจำนวนคนไทยที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศ 117.6 ล้านคน-ครั้งในปี 2555 เป็นจำนวนประมาณ 149.0 ล้านคน-ครั้งในปี 2559 ขยายตัวเพิ่มเฉลี่ยอัตราร้อยละ 8.0 ต่อปี ขณะที่สร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจในประเทศเพิ่มขึ้นจาก 5.89 แสนล้านบาทในปี 2555 เพิ่มเป็น 8.69 แสนล้านบาทในปี 2559 ขยายตัวเพิ่มเฉลี่ยอัตราร้อยละ 12.0 ต่อปี โดยรายได้จากตลาดไทยเที่ยวไทยคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 35.0 ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด

#สระแก้ว #อรัญประเทศ #ท่องเที่ยว #ที่พักสระแก้ว #โรงแรมสระแก้ว #ที่พักอรัญประเทศ #โรงแรมอรัญประเทศ

Please visit ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาดหมายตลาดไทยเที่ยวไทยปีนี้ขยายตัว 7-8% สร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 9.3 แสนลบ. for more post.

เปิดเผยชีวิตมุมดาร์ก “แป้งหอม กมลรัตน์” จากลูกกรรมกรไปสู่รองอันดับ 4 มิสแกรนด์ฯ 2017

ครีมหน้าขาว ละครช่อง 7 ที่ว่าดราม่ายังต้องหลบมอบให้กับชีวิตจริงยิ่งกว่าละครของนางงามสู้ชีวิต “แป้งหอม กมลรัตน์ ทานนท์” เจ้าของตำแหน่ง รองอันดับ 4 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017 แป้งหอมเป็นเด็กสาวจากจังหวัดบุรีรัมย์ และฐานะทางบ้านไม่ได้สุขสบายนัก จึงต้องช่วยพ่อแม่ทำงานรับเหมาก่อสร้างระยะปิดเทอม

จนตราบเท่าที่ก่อนแข่งนางงาม แป้งหอมได้ย้ายมาเรียนที่ จ.บุรีรัมย์ และทำงานพาร์ทไทม์เป็นพนักงานร้านอาหารหลังมหาวิทยาลัย ก่อนตั้งใจมาประกวดนางงามเพื่อสานความฝันตัวเองเมื่อวัยเด็ก และวันนี้ชีวิตของแป้งหอมก็เปลี่ยนไปจากลูกกรรมกรสู้ชีวิตสู่นางงาม

Please visit เปิดใจชีวิตมุมดาร์ก “แป้งหอม กมลรัตน์” จากลูกกรรมกรสู่รองอันดับ 4 มิสแกรนด์ฯ 2017 for more post.

“โฟร์พัฒนากรุ๊ป” นำ 5 บริษัทในเครือเข้าร่วมงานสถาปนิก’60 อัดส่วนลดสูงสุด15%พร้อมโชว์ความพิเศษของ 3 แบบใหม่

“โฟร์พัฒนากรุ๊ป” นำ5บริษัทในเครือเข้าร่วมงานสถาปนิก’60 จัดโปรโมชั่นคืนกำไรลูกค้าส่วนลดสูงสุด15%พร้อมโชว์ความพิเศษของ 3 แบบใหม่ที่ยังได้รับความนิยมสูงสุด ชูจุดเด่นด้วยบริการ“ONE STOP SERVICE ”สร้างบ้าน ตกแต่งภายใน จัดสวน จบในที่เดียว แบบบ้านหลากสไตล์ หลายขนาด หลายระดับราคาให้ผู้บริโภคได้เลือกที่ บูธโฟร์พัฒนากรุ๊ป H504 ระหว่างวันที่ 2-7 พฤษภาคม 2560 นี้ อิมแพค เมืองทองธานี

นายปราโมทย์ ธีรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฟร์พัฒนา จำกัดผู้ประกอบการในธุรกิจรับสร้างบ้านที่ให้บริการ “ONE STOP SERVICE ”มากว่า 3 ทศวรรษ เปิดเผยว่า เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อและขยายฐานตลาดการให้บริการด้วยการให้ความสำคัญในการจัดหรือการเข้ากิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด กลุ่มบริษัทโฟร์พัฒนากรุ๊ป เข้าร่วมงานสถาปนิก’60 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-7 พฤษภาคม 2560 นี้ ที่อิมแพค เมืองทองธานี ตอบโจทย์การสร้างบ้านเพื่อการพักอาศัยอย่างสุขสบายมีความครบครัน สร้างบ้าน ตกแต่งภายใน จัดสวน จบในที่เดียว แบบบ้านหลากสไตล์ หลายขนาด หลายระดับราคาให้ผู้บริโภคได้เลือกที่ บูธโฟร์พัฒนากรุ๊ป H504 หรือสอบถามเพิ่มเติม 02 940 3789 www.fourpattana.com

พร้อมกันนี้ทางโฟร์พัฒนา กรุ๊ป ยังได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อตอบแทนผู้บริโภค ดังนี้ สำหรับผู้บริโภคที่ปลูกสร้างบ้านกับบริษัทโฟร์พัฒนา และทำการตกแต่งภายในด้วย จะมอบส่วนลดสูงสุด 15% สำหรับลูกค้าที่สร้างบ้านกับ โฟร์ดีเวลลอป เฮ้าส์ มอบส่วนลดสูงสุด 3.6 แสนบาท และโฟร์เอ็กซ์ตร้า บิวท์ มอบส่วนลด 10% ในงานมีนำเสนอแบบบ้านมากมายรวมทั้ง 3 แบบใหม่ ดีไซน์ 2016 ของโฟร์พัฒนา ที่ยังได้รับความนิยมต่อเนื่อง คือ Modern Style / Roof Garden และ New Designs 2016 แบบบ้านดีไซน์ใหม่ 2016 ใน

รุ่นพรีเมี่ยมซีรี่ย์ บ้านสมบูรณ์แบบด้วยวัสดุ และพื้นที่ใช้สอยระดับพรีเมี่ยม สะท้อนความสมบูรณ์แบบด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ทันสมัยทุกมุมมอง สะท้อนรสนิยมและสไตล์ที่แตกต่างของผู้เป็นเจ้าของ ทุกฟังก์ชั่นภายในเหมาะเจาะลงตัว มุ่งเน้นประโยชน์ใช้สอยที่ครบครัน เพื่อสร้างความสุขสบายต่อการพักอาศัยและเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้คุณใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น กับพื้นที่จัดสวนบนหลังคาโรงรถ Roof Garden มอบความสดชื่นรื่นรมย์ สบายทั้งกายและใจ

“ความพิเศษของ 3 แบบใหม่ ดีไซน์ 2016 คือ 1. ความสูงบานประตู หน้าต่างภายนอก 2.60 เมตร 2. ความสูงพื้นถึงฝ้าเพดาน 3.00 เมตร และ3. เพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยสวนพักผ่อนบนหลังคาโรงรถ โดยมีพื้นที่ใช้สอย 370-460 ตารางเมตร ปลูกสร้างบนที่ดิน 94 ตารางวา ขึ้นไป” นายปราโมทย์กล่าว

การให้บริการ ONE STOP SERVICE ของกลุ่มบริษัทโฟร์พัฒนากรุ๊ป นั้นประกอบด้วย 5 บริษัท ดังนี้1) บริษัท โฟร์พัฒนา จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจมาประมาณ36 ปี กับประสบการณ์รับสร้างบ้าน “ โดยไม่ใช้ผู้รับเหมาช่วง ” ราคา 7-30 ล้านบาท 2) บริษัท โฟร์ดีเวลลอป เฮ้าส์ จำกัด ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “ สร้างบ้านอย่างสร้างสรรค์ ” Creative home building ระดับราคา 3-7 ล้านบาท ดำเนินการก่อสร้างด้วยระบบก่อสร้าง 2 ระบบคือระบบโครงสร้างเทหล่อในที่ smart life และระบบโครงสร้างกึ่งสำเร็จรูป easy system 3)บริษัท โฟร์เอ็กซ์ตร้า บิวท์ จำกัด ที่ดำเนินการ รับสร้างบ้านตามแบบมาตรฐาน และรับสร้างอาคาร อพาร์ทเม้นท์ สำนักงาน ฯลฯ ตามแบบของท่าน หรือ Turnkey และรับบริการงานปรับปรุง ต่อเติม และงานก่อสร้าง โดยแผนก M&S 4) บริษัท โฟร์พัฒนา พรีเมี่ยม จำกัด สร้างบ้านและออกแบบพิเศษเพื่อคุณ ระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป เป็นการบริการ รับสร้างบ้านตามแบบของลูกค้า มีการดีไซน์แบบใหม่เฉพาะหลัง ในสไตล์ที่เป็นของลูกค้าเฉพาะรายพร้อมปลูกสร้าง และ 5) บริษัท โฟร์พัฒนา อินทีเรีย จำกัด ให้บริการ ที่พักคลอง6ออกแบบ ตกแต่งภายในทุกประเภท รวมถึง FIS FURNITURE เฟอร์นิเจอร์สั่งทำในราคาสั่งได้

Please visit “โฟร์พัฒนากรุ๊ป” นำ 5 บริษัทในเครือร่วมงานสถาปนิก’60 อัดส่วนลดสูงสุด15%พร้อมแสดงความพิเศษของ 3 แบบใหม่ for more article.